Home
หน้าแรก
Downloads
ดาวน์โหลด
Forums
กระดานข่าวชาวเพลิน
Your Account
สำหรับสมาชิก
Your Account
เล่าสู่กันฟัง: Lesson Study ที่ญี่ปุ่น
วิชาการ & KO
ร่วมเรียนรู้ไปกับห้องเรียน Lesson Study ที่ญี่ปุ่น ตอนที่ ๑
     เมื่อ ๒๔ ม.ค. ๕๔ ครูช่วงชั้นที่ ๑ – ๒ และกลุ่มครูที่ดูแลงานวิชาการ มารวมตัวกันเรียนรู้เรื่อง Lesson Study ด้วยการชมการเรียนการสอนของนักเรียนเกรด ๓ ที่โรงเรียนประถม Maruyama เมืองซับโปโร ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งกำลังเรียนเรื่องการคูณเป็นชั่วโมงแรก จากวิดีโอที่ถ่ายทำเมื่อ ๖ ธ.ค.๔๙
 


     ก่อนการรับชมวิดีโอชุดนี้คุณครูปาด – ศีลวัต ชวนให้เราทุกคนตั้งสายตา และตั้งความคิดใหม่ โดยใช้แนวคิดทางการศึกษาของสิงคโปร์ที่ให้ความสำคัญกับ ๕ เรื่องหลัก คือ
 
๑. เจตคติ (Attitude)

๒. แนวความคิดหลัก (Concept)

๓. กระบวนการ (Process)

๔. การเข้าใจการเรียนรู้ (Meta cognition)

๕. ทักษะ (Skills)

 
เมื่อชมการเรียนการสอนในชั้นเรียนจบแล้วก็มาถึงช่วงเวลาของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
 
 

คุณครูอ้อ – วนิดา นำคำถามจากครูที่ไปสังเกตการสอนในชั้นเรียนของเธอมาตั้งคำถามกับวงว่า “ทำไมครูอ้อทนไหวทั้งๆ ่ในห้องเรียนมีเด็กกำลังพูดคุยกันในขณะที่กำลังดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้ ?”

     ในตอนนั้นครูอ้อได้ตอบครูท่านนั้นไปว่า "ที่ไม่ได้เตือนเด็กก็เพราะเห็นว่าเด็กกำลังพูดคุยกันถึงเรื่องที่กำลังเรียนอยู่" คำถามที่เกิดขึ้นกับครูอ้อก็คือ "ถ้าครูมุ่งที่จะให้เด็กเงียบฟังครูแต่เพียงอย่างเดียว การเรียนรู้ของเด็กไม่เกิดขึ้น และวิธีการ Lesson Study ก็จะไม่ได้ผลใช่หรือไม่ ?"

     
     
  คุณครูปราง – ปรางอุษา และ คุณครูเล็ก – ณัฐทิพย์ ร่วมแลกเปลี่ยนในประเด็นนี้ว่า จากที่เห็นในวิดีโอ คุณครูผู้สอน คือ คุณครู Hideyuki Muramoto เลือกใช้วิธีการต่างๆ มากำกับการพูดคุย และความสนใจของเด็กให้อยู่ในประเด็นที่ครูต้องการ เริ่มจาก เมื่อครูเขียนโจทย์ของวันนี้ไว้บนกระดานแล้ว ครูก็จะให้นักเรียนอยู่กับสถานการณ์ปัญหาที่ครูกำหนดขึ้น และหาวิธีแก้โจทย์ โดยทำลงในสมุดของตน
     
     
     สถานการณ์ปัญหาของชั้นเรียนญี่ปุ่นในวันนี้คือ ให้นักเรียนหาจำนวนของวงกลมทั้งหมดในภาพที่มีอยู่ด้วยกัน ๓ แถว แถวละ ๒๓ วง โดยไม่ใช้การนับ โดยครูติดแถบภาพขนาดใหญ่ลงบนกระดาน และมีแถบภาพขนาดเล็กให้นักเรียนติดลงบนสมุดของตัวเองด้วย ทุกคนต้องคิดหาวิธีการที่คิดว่าตนจะเข้าใจได้ดีที่สุด แล้วนำเสนอวิธีการคิดให้เพื่อนในชั้นได้เรียนรู้ด้วย และเมื่อครูถามทั้งห้องว่าใครคิดอย่างไร คนที่คิดออกก็จะยกมือขึ้น แล้วครูก็จะเรียกตอบ
 
๑. เมื่อเพื่อนตอบสิ่งที่ตนคิดออกมาแล้ว ถ้าครูเห็นว่ายังมีเด็กบางคนที่ยังคุยอยู่ ครูจะถามว่าได้ยินสิ่งที่เพื่อนพูดไหม แล้วครูก็จะเขียนสิ่งที่เด็กคนนั้นพูดไว้บนกระดาน ดังนั้น ประเด็นคำตอบที่เขียนไว้บนกระดานจะสามารถดึงความสนใจของเด็กในห้องกลับมาได้
 
บางครั้งครูก็พูดว่า “ครูรู้ว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องที่ยากพวกเธอจึงต้องปรึกษากันมากใช่ไหม”
 
๓. หากถึงตอนที่สำคัญ ที่จะต้องสรุป concept กัน จะใช้คำพูดที่เน้นหนักเพื่อคุมให้เด็กตั้งใจฟัง
 
     สรุปว่าครูจะต้องเปิดช่วงเวลาให้เด็กได้พูดคุยแลกเปลี่ยนด้วย แต่ก็ไม่ควรจะมากเกินไป เพราะจะทำให้ห้องกระเจิดกระเจิงได้ แต่ถ้าไม่ปล่อยให้พูดเลย เด็กก็จะไม่เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน ดังนั้น ครูจึงต้องรู้จังหวะและใช้กติกาที่ชัดเจนเพื่อสร้างการเรียนรู้ร่วมกันที่สมดุล
 
ร่วมเรียนรู้ไปกับห้องเรียน Lesson Study ที่ญี่ปุ่น ตอนที่ ๒
 
  คุณครูหนึ่ง – ศรัณธร สะท้อนว่าในระหว่างดูวิดีโอคิดว่าเด็กๆ เหล่านี้ใจกว้างมาก แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างไม่มีกั๊ก
     
คุณครูปาด จึงถามกลับไปว่า ทำไมเด็กใจกว้างขนาดนี้ละ ครูอ้อได้แลกเปลี่ยนในประเด็นนี้ว่า “เพราะครูไม่ตัดสินในสิ่งที่เด็กพูดออกมา”  
     
  คุณครูต้อย – สุวรรณา เพิ่มเติมอีกว่า ตั้งแต่ต้นคาบ ครูมีสถานการณ์ปัญหาให้เด็กคำนวณการได้มาของผลลัพธ์ และดำเนินการเรียนรู้ด้วยคำถามเพียงไม่กี่คำถาม แต่ครูค่อยๆ เพิ่มความเข้มข้นไปเรื่อยๆ เช่น ใครคิดอย่างไร? ใครคิดต่างจากนี้บ้าง? มีใครคิดต่างอีกไหม? มีใครที่คิดต่างจากนี้อย่างสิ้นเชิง?
     
     โดยครูจะเน้นเฉพาะประเด็นของการคิดต่าง เพื่อการสร้างบันไดการเรียนรู้ไปสู่หลักคิดสำคัญที่เป็นวัตถุประสงค์หลักของการเรียนรู้ นั่นคือการคูณในแนวตั้ง ที่ทุกคนไม่เคยเรียนรู้มาก่อน แต่ความเข้าใจของทุกคนค่อยๆ เกิดขึ้นจากคำถามที่กระตุ้นให้คิด และท่าทีที่เปิดกว้างต่อคำตอบที่ได้มาจากทุกคนนั่นเอง
 
     บทบาทที่สำคัญของครูจึงคือการใช้คำถามมาสร้างให้เด็กเกิดทักษะในการเรียนรู้ร่วมกัน เข้าใจในวิธีการเรียนรู้ของตนเอง ของเพื่อนร่วมชั้นเรียน และค่อยๆ ยกระดับของความเข้าใจขึ้นไปด้วยกัน
 
     เรื่องที่ครูเล็กประหลาดใจตั้งแต่ต้นที่ชมการเรียนรู้ของนักเรียนห้องนี้คือ ทำไมแค่ครูเปิดกระดาษที่มีวงกลมทึบสีดำเพียง ๒๓ จุด ให้เห็น จึงสร้างความสนใจและตื่นเต้นให้เกิดขึ้นกับเด็กได้อย่างมากมาย ทุกคนพยายามที่จะคาดคะเนว่าจะมีวงกลมทั้งหมดกี่วง ซึ่งจำนวนที่บอกออกมาก็เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ตามจำนวนของแถวที่เผยตัวให้เห็น
 
ที่แน่ๆ คือ นักเรียนห้องนี้มีเจตคติที่ดีมากต่อการเรียนรู้!
 
ครูปาด เพราะเหตุใดถึงเป็นเช่นนี้
 
     คำตอบที่ได้รับจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันก็คือ เงื่อนปมที่ครูได้ทิ้งท้ายไว้ในการเรียนคราวที่แล้วนั่นเอง พวกเราคิดว่า ครูต้องทิ้งความท้าทาย ความสนใจเอาไว้ เพราะในตอนท้ายของคาบเรียนหลังจากที่ครูสรุปแนวคิดเรื่องของการคูณแนวตั้งด้วยเลขสองหลักแล้ว ครูได้ทิ้งแรงบันดาลใจที่ทำให้เด็กรู้สึกว่าการคูณแนวตั้งสองหลัก ช่วยทำให้เขาสามารถหาคำตอบให้กับตัวเลขที่เคยคิดว่ามีความซับซ้อนได้อย่างง่ายดาย ซึ่งคำว่า “ซับซ้อน” นี้ก็เป็นคำที่ได้มาจากการนำเสนอวิธีคิดคำนวณของเด็กคนหนึ่ง
 
 
ร่วมเรียนรู้ไปกับห้องเรียน Lesson Study ที่ญี่ปุ่น ตอนที่ ๓
 
บทบาทของครูในการทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการเรียนรู้
 
  • ตำแหน่งที่ครูยืน ครูจะยืนอยู่กระดานเพื่อให้เด็กทุกคนเห็นกระดานได้ชัดที่สุด และเมื่อมีเด็กแสดงความคิดเห็น ครูจึงจะเดินเข้าไปเขียนกระดานด้วยท่าทีที่สุภาพ
 
  • ในการเดินไปเขียนกระดานแต่ละครั้งของครูจะมีความชัดเจนอย่างยิ่ง หากครูไม่แน่ใจว่าจะเข้าใจวิธีที่เด็กอธิบายได้ถูกต้อง ครูจะเดินไปดูที่สมุดงานของเด็ก และกลับมาเขียนที่กระดาน
 
  • วิธีการเขียนกระดานของครู สิ่งที่ครูเขียนจะไม่ล้ำหน้าความคิดของเด็ก ครูจะรอให้เด็กพูดความเข้าใจของตนออกมา และเขียนตามคำพูดของเด็กอย่างเคารพในความคิดเห็นของผู้พูด และยังทวนถามอีกว่า “ที่ครูเขียนนั้นถูกไหม” เมื่อครูจะเขียนอะไรที่เป็นแนวคิดที่เด็กบอกมา แล้วจำเป็นต้องเปลี่ยนภาษาในการเขียน ครูจะขออนุญาตเด็กก่อนที่จะมีการปรับคำทุกครั้ง
 
  • ขณะที่เขียนกระดานก็จะมองหน้าเด็กที่เสนอวิธีคิดด้วยความสนใจ สลับกับการมองกระดาน และเขียนอย่างตั้งใจทุกคำ กระดานจึงมีการใช้พื้นที่อย่างสวยงาม เป็นระเบียบ และมีการใช้ชอล์กสีต่างๆ เมื่อต้องการเน้นข้อความสำคัญ หรือต้องการแจงตัวเลขที่เด็กใช้ในการบวกออกมาให้เห็นว่าตัวเลขนี้ได้มาจากไหน
 
  ครูปาด ห้องเรียนญี่ปุ่นไปได้ไกลกว่าแนวคิดของสิงคโปร์อย่างไร
     
     คำตอบของกลุ่ม คือ ญี่ปุ่นมีการให้คุณค่ากับคน มีการเคารพความแตกต่างทางความคิด และที่สำคัญกระบวนการ (Process) ของญี่ปุ่นจะเป็นการเรียนรู้ร่วมกันของกลุ่ม (Collective Learning) ที่นอกจากจะส่งผลให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจการเรียนรู้ของตนเอง (Meta cognition) แล้วยังทำให้เขาเข้าใจการเรียนรู้ของเพื่อน ด้วยการนำเรียนรู้ของแต่ละคนมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน (ซึ่งตรงกับวิสัยทัศน์ของเพลินพัฒนาที่ว่า “พัฒนาศักยภาพสูงสุดของตนเองร่วมกัน”)
 
     เมื่อร่วมแลกเปลี่ยน ร่วมเรียนรู้กันได้สักพักใหญ่ ก็หันกลับมาดูห้องเรียนเพลินพัฒนาแล้วพบว่า เวลาสำหรับการแลกเปลี่ยนกันจริงๆ ในห้องเรียนของเรายังมีน้อย และยังมีอีกหลายอย่างที่ครูต้องเรียนรู้ ครูต้อยจึงทิ้งประเด็นไว้ว่า ครูต้องฟังเด็กก่อน เปิดใจยอมรับตัวตนของเด็กๆ อย่างแท้จริง และหยั่งให้เห็นถึงการเรียนรู้ของเด็ก (Formative Assessment)
 
      จบวงแลกเปลี่ยนนี้แล้ว ฉันจึงต้องกลับมาทบทวนแล้วถามตัวเองว่า เรารับฟังเสียงของเด็กๆ และเปิดใจยอมรับตัวตนของเด็กๆ อย่างแท้จริงหรือไม่
 
ครูเล็ก - ณัฐทิพย์ วิทยาภรณ์ บันทึก
๒๕ ม.ค. ๕๔

 
       จากบันทึกของครูเล็ก ทำให้เราได้เห็นว่า Lesson Study เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ทรงพลัง และสามารถสร้างให้กลุ่มเกิดการเรียนรู้ร่วมกัน ด้วยกระบวนการที่เป็น Collective Active Learning และก่อให้เกิดการรวมตัวกันเรียนรู้ (Collective Learning หรือ Team Learning)
     
     การรวมตัวกันเรียนรู้นี้เองเป็นรากฐานสำคัญของการก่อเกิด “ชุมชนแห่งการเรียนรู้” ที่มีเป้าหมายร่วมกัน มีฐานความเชื่อ และค่านิยมในการพัฒนาความเป็นมนุษย์ที่สอดคล้องกัน เรียนรู้ร่วมกัน และมีการส่งเสริมให้ทุกคนได้บรรลุศักยภาพสูงสุดของตนเองร่วมกัน มีกระบวนการคิดที่เป็นเหตุเป็นผล และก่อเกิดผลการเรียนรู้ร่วมกัน ที่ในที่สุดแล้วจะไม่มีใคร “เก่งเดี่ยว”
 
     ทัศนคติที่เกิดขึ้นกับการเรียนรู้ในลักษณะนี้จึงเป็นทัศนคติที่สอนให้เด็กเห็นคุณค่าของการเรียนรู้ร่วมกัน เติบโตไปด้วยกัน และบรรลุเป้าหมายที่ต้องการร่วมกัน เกิดระบบคุณค่าใหม่ของการอยู่ร่วมกัน เกิดคนรุ่นใหม่ที่เป็นคนเก่งได้โดยไม่ต้องแข่งขัน แต่ยึดเอาการเรียนรู้จากกันและกันเป็นหนทาง
 
 
 

โดย : ส่วนสื่อสารองค์กร

ติดประกาศ Thursday 03 Feb 11@ 14:25:37 ICT โดย rawipan_p

 
ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
· ข้อมูลเพิ่มเติม วิชาการ & KO
· เสนอข่าวโดย rawipan_p


เรื่องที่นิยมอ่านมากสุด วิชาการ & KO:
Lesson Study นวัตกรรมการพัฒนาครูให้เรียนรู้ไปบนหน้างานจริง (๑)



คะแนนของบทความ
คะแนนเฉลี่ย: 0
จำนวนผู้ลงคะแนน: 0

โปรดสละเวลาให้คะแนนสำหรับบทความนี้:

สุดยอด
ดีมาก
ดี
ธรรมดา
แย่



ส่วนเพิ่ม

 หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์ หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์



" Lesson Study ที่ญี่ปุ่น" | สมัครสมาชิกที่นี่ | 0 ข้อคิดเห็นต่างๆ
ความคิดเห็นที่แสดงนี้เป็นของเป็นของผู้ลงประกาศ. ทางเว็บไซต์ ไม่ขอรับผิดชอบในเนื้อหาเหล่านี้.

ผู้ไม่ลงทะเบียน ไม่มีสิทธิ์แสดงความเห็น , โปรด ลงทะเบียน
พื้นที่เพื่อการประสานงาน และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ดูแลโดย คณะทำงานการสื่อสาร และ เลขาฯ ช่วงชั้น

PHP-Nuke and ThaiNuke Bundle Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.10 วินาที