Home
หน้าแรก
Downloads
ดาวน์โหลด
Forums
กระดานข่าวชาวเพลิน
Your Account
สำหรับสมาชิก
Your Account
กิจกรรมบุคลากร: เพลินอ่าน
วิชาการ & KO
  เพลินอ่าน ตอน โหมโรง

     ในปีการศึกษา ๒๕๕๔ ที่จะถึงนี้ โรงเรียนเพลินพัฒนาตั้งใจที่จะทำโครงการ “เพลินอ่าน” เพื่อสร้างอุปนิสัยให้เด็กๆ รักการอ่านกันทั้งโรงเรียน ปีนี้จึงเริ่มทำกิจกรรมโหมโรงเป็นการอุ่นเครื่องเพื่อเตรียมเก็บชุดความรู้เอาไว้ใช้งาน

     


วงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของอนุบาล เริ่มประมวลความรู้จากการปฏิบัติออกมา ๔ ชุดด้วยกัน คือ

  • เล่านิทานอย่างไรให้สนุก
  • นิทานที่เหมาะกับเด็กแต่ละวัยในอนุบาล
  • นิทานสอนอะไร
  • นิทานของเด็กๆ
 
 
     หลักของการจัดวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ คือการเปิดเวทีให้ครูแต่ละคนได้มาเล่า ประสบการณ์จากการปฏิบัติในเรื่องนั้นๆ จากนั้นให้เพื่อนๆ ลองยกตัวอย่างเสริมจากประสบการณ์ตรงของตน แล้ววิชาการค่อยเสริมหลักคิดในเชิงหลักวิชา

คำถามสำคัญสำหรับการประมวลความรู้ คือ
what ครู........เลือกนิทานเรื่อง............
why เพราะเหตุใดจึงเลือกนิทานเรื่องนี้
how ครูใช้นิทานอย่างไร พยายามระบุกระบวนการให้เป็นลำดับ

Key Success Factor ช่วยกันสกัดความรู้ว่า อะไรคือเคล็ดลับความสำเร็จของกิจกรรม

     เพื่อนร่วมวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ลองนำเอาวิธีการของเพื่อนไปลองปฏิบัติ แล้วกลับมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในรอบต่อไป

 
 
   เล่านิทานอย่างไรให้สนุก

     การอ่าน เริ่มต้นจากการฟัง ดังนั้น การฟังนิทานจึงเป็นปฐมบทที่สำคัญยิ่งของการอ่าน อีกทั้งยังเป็นช่องทางของการรับรู้ เพื่อที่จะเรียนรู้ และเข้าใจความหมายของเรื่องราวต่างๆ ผ่านตัวภาษา และ ภาพเล่าเรื่อง

     
ครูติ๊ก – เยาวราช คุณครูแกนนำจัดการความรู้ช่วงชั้นอนุบาล จึงเปิดวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้เป็นเวทีเล่านิทานกัน แล้วก็ได้พบว่าคุณครูอนุบาลมีวิธีการเล่านิทานแบบต่างๆ มาแลกเปลี่ยนกันมากมาย
 
 
     
     
ครูแหม่ม(สุรีย์รัตน์) - เล่านิทานเรื่องยักษ์สองตนแบบอ่านตามเนื้อเรื่อง โดยนั่งเปิดหนังสือให้เด็กๆได้เห็นภาพในหนังสือ ระหว่างเล่าก็ยังคอยถามเด็กๆดูภาพ ตามเนื้อเรื่อง ชวนน่าติดตามเมื่อเล่าจบคุณครูก็ยังทบทวนถามเด็กๆ ซ้ำถึงเรื่องราวในหนังสือกับเด็กๆ อีกครั้ง

ครูหนึ่งฤทัย - เล่านิทานเรื่องกระต่ายน้อยปีเตอร์ ในขณะที่เล่าเรื่องตามหนังสือก็ใส่อารมณ์ตามเนื้อเรื่อง เคล็ดลับคือ การใช้น้ำเสียงที่เปลี่ยนแปลงตามตัวละคร และใช้สีหน้า สายตา ที่คล้อยตามเนื้อเรื่องในทุกบททุกตอนอย่างตั้งอกตั้งใจ

ครูอ้อม -เล่านิทานเชิงวิทยาศาสตร์ โดยมีหนังสือภาพของสัตว์ต่างๆ มาประกอบทำให้น่าสนใจและสืบค้น ครูอ้อมบอกว่า เด็กๆ จะชอบดูภาพสัตว์ต่างๆ ที่มีอยู่ในหนังสือ และชอบที่จะตอบคำถามของครู

ครูนาต - เล่านิทานคำคล้องจอง เรื่อง ลูกหมูสามตัว โดยมีคุณครูกิม ครูคู่ชั้น ร่วมเล่นระนาดออร์ฟให้จังหวะ ทำให้การเล่านิทานเป็นศิลปะที่น่าติดตาม จากการฟังสัมผัสของคำคล้องจองตามเนื้อเรื่องและจังหวะของระนาด นิทานเรื่องนี้จึงสามารถดึงดูดความสนใจของเด็กๆ เอาไว้ได้อย่างดี

 
 
     
     
ครูแนน ครูตาล - ร่วมกันเพิ่มสีสรรให้กับนิทาน เล่มใหญ่ (big book) เรื่องอีเล้งเค้งโค้ง ด้วยท่าทางของมือที่เลียนแบบ คอยาวๆ ที่ไกวไปมาของห่าน โดยจะยกแขนขึ้นสูงเหนือศีรษะ เมื่อเล่ามาถึงคำว่า อิเล้งเค้งโค้ง ทุกครั้งไป ทำให้เด็กๆ จดจำคำและ ประโยคต่างๆ ได้อย่างสนุกสนาน ทั้งเสียงคำในนิทาน และท่าทางของคุณครูดึงดูดความสนใจของผู้ฟังเอาไว้ได้ตลอดเรื่อง คุณครูเล่าให้ฟังว่า เด็กๆ ในห้องจดจำบทคล้องจองที่เป็นเนื้อเรื่องในนิทานได้ตั้งแต่ต้นจนจบ และเดี๋ยวนี้เด็กๆจะเป็นผู้เล่าให้คุณครูฟังแทน

ครูกุ้ง (รสริน) –เล่านิทานประกอบกับการพับกระดาษ โดยเริ่มจากการพับกระดาษเป็นรูปสามเหลี่ยม แทนรูปจั่วบ้าน พร้อมกับเล่าเรื่องไปเรื่อยๆ และเมื่อถึงตอนที่ลมแรงจั่วบ้านก็พับล้มลงด้วยแรงลม กระดาษสามเหลี่ยมที่เป็นจั่วบ้านก็พับลงครึ่งหนึ่ง แล้วตัวบ้านก็เอนราบลงกับฝ่ามือ กระต่ายตัวที่อยู่ในบ้านจึงต้องหนีออกจากบ้านที่ถูกลมพัดล้มลง และแล้วส่วนของจั่วบ้านถูกดึงขึ้นเป็นหูกระต่าย ส่วนประตูบ้านที่พังพับไปก็กลายเป็นส่วนหางของเจ้ากระต่ายตัวเอกของเรื่อง ครูกุ้งเล่าว่า การพับกระดาษประกอบการเล่าเรื่อง ทำให้เด็กๆ สนใจติดตามชมและฟังกันนิทานมากขึ้น

ครูปอย - เล่านิทานพื้นบ้านเรื่องไกรทอง ที่มีภาษาแตกต่างไปจากหนังสือนิทานทั่วไป มีคำราชาศัพท์ที่เด็กๆ พอที่จดจำได้เช่น พระสวามี พระมเหสี ฯลฯ โดยครูปอยจะค่อยๆเล่าให้ฟังทีละตอน เพื่อการเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ

ครูศิ - เลือกเล่านิทาน วาดรูป เรื่อง เกาะประหลาด ระหว่างที่ครูศิเล่า ก็จะใช้ปากกา ลากเส้นวาดรูป ตามคำบรรยายอย่างช้าๆ เพิ่มการจดจ่อให้กับผู้ฟังได้ดี เช่น ชาวประมง แล่นเรือ เล็กๆไปในท้องทะเลที่กว้างใหญ่ ครูศิก็ค่อยๆ ลากเส้น โค้งขึ้นลงเป็นรูปคลื่นแล้วลากเส้น รูป สามเหลี่ยม เล็กๆเหนือ เส้นโค้ง เมื่อครูศิเล่าถึงเกาะที่ใหญ่กลางทะเลก็วาดเส้นโค้งใหญ่ส่วนปลายของเส้นโค้ง ชิดกับรูปเรือที่วาดไว้ก่อนหน้า ผู้ฟังเริ่มจะเห็นว่ารูปที่ครูศิเล่า เหมือนกับอะไร จนมีคนอดใจไม่ไหว ตอบออกมาก่อนว่า เหมือน ปลาวาฬ บรรยากาศก็คงจะเช่นเดียวกันกับที่เด็กๆได้ฟังครูศิเล่า ครูศิ ไม่จบเรื่องที่เล่าเพียงเท่านั้น ชักชวนผู้ฟังให้ฟังและทายต่อ เมื่อเกาะประหลาดเริ่มมีถ้ำเล็กๆ และมีน้ำพุเล็กๆ เกิดขึ้นมาเมื่อถึงตอนนี้ รูปที่ครูศิเล่าก็เสร็จสมบูรณ์เป็นปลาวาฬที่ลอยคอพ่นน้ำอยู่ในท้องทะเล ทุกคนสนุกเพลิดเพลินที่ได้ฟังทั้งนิทาน และดูภาพวาดประกอบที่ค่อยๆ เกิดขึ้น

 
 
  ครูแวว เล่านิทานตามรูปภาพ เรื่อง เม่น หลบ ฝน ที่เป็นหนังสือที่มีแต่ภาพ ของสัตว์ และสัญลักษณ์ จุดกลมๆ เป็นจำนวน ครูแววชวนเด็กๆนับจำนวนของสัตว์ที่ค่ยๆออกมาหลบฝนที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ให้เด็กๆ คิด และติดตามตามเรื่องที่ครูเล่าตั้งแต่สัตว์ตัวแรกที่เล็กๆจนเมื่อมีสัตว์ตัวใหญ่และเพิ่มจำนวนมากขึ้น ครูแววคอยถามผู้ฟังว่ามีสัตว์ที่มาหลบฝนกี่ตัวแล้ว และให้เด็กแสดงความคิดเห็นว่า เจ้าสัตว์ที่ตัวโตๆ อย่าง ยีราฟ ช้าง จะอาศัยหลบฝนใต้ต้นไม้ด้วยได้ไหม ซึ่งครูแววใช้วิธีขอความคิดเห็นจากเด็กๆ ให้เด็กได้คิดตามจินตนาการ และเสริมสอดแทรกสาระต่างๆที่เหมาะกับเด็กวัยเตรียมอนุบาลระหว่างเล่าด้วย เช่น ชื่อ และลักษณะของสัตว์ จำนวนนับ เป็นต้น ทำให้ฟังนิทานแต่ละครั้งช่วยเสริมสร้างจินตนาการและความรู้ไปด้วยกัน
     
     
ครูเจี๊ยบ –เล่านิทานเรื่อง กุ๋งกิ๋งเป็นหวัด ในขณะที่เล่าใช้น้ำเสียงที่ไพเราะอ่อนโยน และทำเสียงเล็กเสียงน้อยต่างๆ ตามบทในหนังสือ โดยเป็นเสียงเด็กน้อยกุ๋งกิ๋งบ้าง คุณแม่บ้างสลับกัน สะกดคุณครูที่ร่วมวงแลกเปลี่ยนให้ติดตามฟังได้อย่างตั้งใจ

ครูหุย เล่านิทานประกอบการวาดรูปสดๆ โดยดัดแปลงตัวละครจาก นิทานเรื่อง พระจันทร์อร่อยไหม โดยขณะเล่าก็วาดภาพตัวละครประกอบไปทีละตัวประกอบใส่กระดาษชิ้นเล็กๆ อย่างคล่องแคล่ว เมื่อตัวละครค่อยๆ เพิ่มขึ้น กระดาษชิ้นเล็กๆ ที่ใช้วาดตัวละครเหล่านั้นก็เรียงกันสูงขึ้นตามขึ้นไปจับพระจันทร์มาแบ่งกัน

 
 
     
     
     นอกจากนั้นครูหุยยังให้ผู้ฟังได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเป็นตัวละครตัวใดตัวหนึ่งในเรื่อง โดยเมื่อครูถามว่าจะให้ใครไปช่วยเอื้อมมือไปหยิบให้หน่อย เมื่อเด็กบอกชื่อขอมีส่วนร่วม ครูก็จะวาดรูปเด็กคนนั้นและนำไปประกอบเป็นรูปในขณะเล่าเรื่องทำให้เด็กๆสนใจ อยากมีส่วนร่วมหรือเสนอความคิดเห็นให้เพื่อนได้มีส่วนร่วมด้วย

     ช่วงของการฟังนิทาน เป็นช่วงเวลาที่เด็กๆ มีความสนใจจดจ่อต่อเนื่องเป็นอย่างดี ซึ่งเป็นโอกาสที่จะคุณครูสามารถสร้างข้อตกลง และฝึกให้เด็กๆ ทำตามกติกาต่างๆได้ดีที่สุดช่วงเวลาหนึ่งทีเดียว

 
 

โดย : ส่วนสื่อสารองค์กร

ติดประกาศ Wednesday 19 Jan 11@ 16:03:58 ICT โดย rawipan_p

 
ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
· ข้อมูลเพิ่มเติม วิชาการ & KO
· เสนอข่าวโดย rawipan_p


เรื่องที่นิยมอ่านมากสุด วิชาการ & KO:
Lesson Study นวัตกรรมการพัฒนาครูให้เรียนรู้ไปบนหน้างานจริง (๑)



คะแนนของบทความ
คะแนนเฉลี่ย: 5
จำนวนผู้ลงคะแนน: 1


โปรดสละเวลาให้คะแนนสำหรับบทความนี้:

สุดยอด
ดีมาก
ดี
ธรรมดา
แย่



ส่วนเพิ่ม

 หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์ หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์



"เพลินอ่าน" | สมัครสมาชิกที่นี่ | 0 ข้อคิดเห็นต่างๆ
ความคิดเห็นที่แสดงนี้เป็นของเป็นของผู้ลงประกาศ. ทางเว็บไซต์ ไม่ขอรับผิดชอบในเนื้อหาเหล่านี้.

ผู้ไม่ลงทะเบียน ไม่มีสิทธิ์แสดงความเห็น , โปรด ลงทะเบียน
พื้นที่เพื่อการประสานงาน และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ดูแลโดย คณะทำงานการสื่อสาร และ เลขาฯ ช่วงชั้น

PHP-Nuke and ThaiNuke Bundle Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.10 วินาที