Home
หน้าแรก
Downloads
ดาวน์โหลด
Forums
กระดานข่าวชาวเพลิน
Your Account
สำหรับสมาชิก
Your Account
เล่าสู่กันฟัง: ตลาดนัดความรู้ “เครือข่ายเรียนรู้สู่ความพอเพียง” ครั้งที่ ๒
วิชาการ & KO
     
 

ตลาดนัดความรู้ “เครือข่ายเรียนรู้สู่ความพอเพียง” ครั้งที่ ๒
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จากหลักคิดสู่วิถีปฏิบัติ

วันที่ ๒๖ – ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๓
ศูนย์การประชุมไบเทค บางนา

     


 
ปาฐกถาพิเศษเรื่อง
“การขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงในภาคการศึกษา”
ดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา
     
            ท่ามกลางปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาระหว่างและเมืองชนบท ปัญหาใหญ่ที่สุดจากการประเมินของสหประชาชาติ (UNDP) ในการพัฒนาคน คือ ระหว่างที่การพัฒนาเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุด คือ ปัญหาด้านค่านิยมและการเสื่อมลงของศีลธรรม ปัญหาหนี้สิน ปัญหาคอรัปชั่น ปัญหายาเสพติด และปัญหาเหล่านี้มีแนวโน้มว่าจะรุนแรงมากขึ้นทุกขณะ แต่โชคดีที่ประเทศไทยมีหลักคิดจากปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชทานไว้ ทำให้คนไทยมีทางออก
     
 
          ในรายงานการพัฒนาคนฉบับนี้ สหประชาชาติ ได้เสนอแนะหนทางแก้ปัญหาไว้ ๖ ข้อ ในข้อที่ ๖ ซึ่งเป็นข้อเสนอที่สำคัญที่สุด ได้กล่าวถึงการแก้ปัญหาค่านิยม ศีลธรรม ว่า ต้องเปลี่ยนจิตวิญญาณของคนไทย พวกเราจึงมีความเห็นร่วมกันว่าไม่มีหนทางใดจะไปเปลี่ยนจิตวิญญาณได้ นอกจากจะไปขับเคลื่อนหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียน ตั้งแต่อนุบาล ถึงมัธยมศึกษาปีที่ ๖ เราจึงได้รับความร่วมมือจากคุณครูที่มีจิตวิญญาณครูและเห็นคุณค่าของลูกศิษย์ตน ผู้คนในกระทรวงศึกษา และภาคีจากทุกภาคส่วนก็เริ่มเข้ามาช่วยกัน
 
          ขณะนี้เรากำลังอยู่ที่ตอนกลางของกระบวนการที่เริ่มมาได้ ๓ ปีที่แล้ว โดยเริ่มขับเคลื่อนจากกลุ่มครูที่มีจิตอาสา และมีจิตวิญญาณความเป็นครู มาช่วยกันคิดแผนการเรียนรู้ มาช่วยกันคิดว่าทำอย่างไรให้สถานศึกษามีหลักสูตรที่จะสร้างโอกาสในการทำให้ลูกศิษย์เติบโตขึ้นมามีอุปนิสัยพอเพียง เมื่อเอาเรื่องนี้ไปคุยกันก็มีข้อยุติว่าต้องไปเปลี่ยนที่ระบบการศึกษา เราจึงจะไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้
 
          จากวีดิทัศน์ที่ได้รับชมกันไปเมื่อสักครู่ ผอ.โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัยเพชรบุรี กล่าวถึงผลการประเมินมาตรฐานเรื่องทักษะการคิดวิเคราะห์ ของสมศ.ในรอบแรกว่า อยู่ในระดับพอใช้ แต่หลังจากที่รับเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในโรงเรียนทั้งระบบ ผลการประเมินในรอบสองในมาตรฐานดังกล่าวอยู่ที่ระดับดีมาก แสดงให้เห็นว่าทุกคนเริ่มที่จุดแรก แต่ด้วยความดีของโครงการ และจิตวิญญาณของความพอเพียงนี้ เราจะเดินทางไปถึงเป้าหมายแน่นอน วันนี้มีโรงเรียนที่อาสาร่วมกับกระทรวงศึกษาพันกว่าโรง และจะขยายผลไปสู่โรงเรียนอื่นๆ อีกหลายพันโรงเรียน จนกระทั่งครบทั้งสี่หมื่นกว่าโรงในอนาคต
 
          พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระบรมราโชวาทเอาไว้ว่า “การศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างและพัฒนาความรู้ ความคิด และคุณธรรมของบุคคล สังคมใดให้การศึกษาที่ดีแก่เยาวชนครบถ้วนเหมาะสม สังคมและบ้านเมืองนั้นก็จะมีพลเมืองที่ดีมีคุณภาพ ซึ่งสามารถธำรงรักษาความเจริญมั่งคงของประเทศชาติไว้ และพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไปได้ตลอด”
 
          ในรายงานเรื่องการพัฒนาคน ของสหประชาชาติกล่าวว่า “ผู้ที่ได้เรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมักมีคุณสมบัติที่เหมือนกัน ชอบที่จะทำงานหนัก ซื่อสัตย์ สนุกสนานกับการเรียนรู้ คนเหล่านี้ไม่ใช่วัตถุนิยม เมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ พวกเขามีจิตสำนึกในแบบฉบับเฉพาะ”
 
          ตอนนี้เรามีศูนย์การเรียนรู้ในโรงเรียน ๑๔ โรง และในปี ๒๕๕๔ จะขยายเพิ่มขึ้นเป็น ๘๔ ศูนย์การเรียนรู้ โดยโรงเรียนเหล่านี้จะทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง และเป็นแหล่งความรู้ที่โรงเรียนอื่นๆ จะนำไปขยายผลต่อไป
 
     
  การเสวนาเรื่อง “ออกแบบการเรียนรู้อย่างไรให้เด็กเกิดอุปนิสัยพอเพียง” โดย
     
  ดร.ประภาพรรณ จูเจริญ
  สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็ก มหาวิทยาลัยมหิดล
   
  ดร.ทิศนา แขมมณ
  กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
   
  ดร.ปรียานุช พิบูลสราวุธ
  หัวหน้าโครงการวิจัยเศรษฐกิจพอเพียง สำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์
   
  ผศ.ดร.เลขา ปิยะอัจฉริยะ
  กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภาการศึกษา
   
     
  ดร.ประภาพรรณ จูเจริญ
     
          ในการออกแบบการเรียนรู้ให้เข้ากับการทำงานของสมอง สมองเด็กทุกคนกระหายและใคร่รู้ ไม่เคยพอเพียง และเรียนรู้ได้มาก ทุกวันนี้เราให้อาหารสมองน้อยมากกับเมื่อเทียบกับการเรียนรู้ที่มีพลังมหาศาลของสมอง สมองเรียนรู้ที่จะแสดงออกว่าคิดได้คิดเป็น แต่จะทำอย่างไรให้สมองเรียนรู้เรื่องพอเพียงจนกลายเป็นอุปนิสัยพอเพียง
 
          ตอนนี้ทำงานกับเด็กก้าวพลาด การที่เด็กก้าวพลาดเพราะสมองไปเรียนรู้เชิงลบ ไม่สมดุล เด็กเหล่านี้ทำไมไปติดยา เวลา ๑๖ ช.ม.ที่มี เขาอยู่ที่ ร.ร. ๘ ช.ม. ในอีก ๘ ช.ม. ที่เขาใช้ชีวิตอยู่นอกโรงเรียนเขาเรียนรู้เรื่องที่เป็นบวกแค่ไหน อย่างมากก็ได้แค่ครึ่งเดียว เพราะเด็กใช้เวลาไปกับการคุยโทรศัพท์ ดูละคร เล่นเกม ไปจนถึงการลองประสบการณ์ใหม่ๆ อย่างเช่น เสพยา
 
          เราจะแก้เรื่องนี้อย่างไร ช่วยได้ด้วยการให้เขาไปเรียนรู้ใหม่ สมองเขาสามารถพัฒนาได้ ให้เด็กดูให้เห็นว่าที่ชีวิตเป็นอย่างนี้เพราะเขาบริโภคสุดโต่ง ไม่เข้าใจว่าชีวิตคืออะไร
 
          สมองต้องการประสบการณ์จริงที่สอดคล้องกับประสบการเดิม ในการเรียนรู้เมื่อครูทบทวน ประสบการณ์เล็กๆ ก็จะกลายเป็นประสบการณ์ถาวร ในการเติมประสบการณ์ก็ควรเน้นที่การเติมประสบการณ์ที่เป็นเชิงบวก และทำซ้ำบ่อยๆ ยิ่งบ่อยความจำและประสบการณ์นั้นก็จะยิ่งแข็งแรง จะเห็นได้ว่ายิ่งครูสอนบ่อย ครูก็ยิ่งชำนาญ หากครูย้ำบ่อยเด็กก็จะยิ่งชำนาญ ให้เขาได้ลงมือทำจริง เช่น อยู่ที่บ่อปลา เลี้ยงปลา หาปลา เพราะเรารู้ว่ายิ่งย้ำยิ่งแข็งแรง
 
          สมองชอบความท้าทาย เช่นเกม ที่ระดับ ๑ จะเริ่มจากง่ายไปยาก โดยใช้อายตนะทั้งหมดไปเรียนรู้ และระดับก็จะยิ่งยากขึ้นไปเรื่อยๆ ทำให้เด็กรู้สึกท้าทายกับเกม ทำให้เล่นได้ถึงเช้า
 
          เวลาที่เราอยู่กับเด็กก็นำกิจกรรมบวกๆ มาทำด้วยกัน เช่น ดูหนังดีๆ เล่นกีฬาด้วยกัน วัยรุ่นใช้อารมณ์นำ ให้เขาดูหนังได้ฉุกคิดจากหนัง และชวนทำกิจกรรมด้วยกันบ่อยๆ จนเขาหาความสุขเป็น เด็กหลายคนที่อยู่ในมือครูสามารถแก้ไขได้โดยใช้การเรียนรู้ที่เข้าใจการทำงานของสมอง แต่ครูต้องเข้าใจก่อนว่าสมองต้องการอะไร ให้เริ่มต้นง่ายไปยาก ใช้ประสบการณ์จริง ย้ำบ่อยๆ และเพิ่มความยากให้กับการเรียนรู้ในแต่ละวัย
 
          หลักคิดนำสู่การออกแบบง่ายไปยาก สามารถบูรณาการได้ทุกวิชา ทำให้สมองเรียนรู้จากง่าย ของจริง ประสบการณ์จริง ท้าทายสมอง คิดได้เอง จัดการตัวเองได้ ทำให้เขาได้คิดเชื่อมโยงทั้งสมองส่วนคิด ส่วนอารมณ์ ถ้าสมองเชื่อมโยงได้ทุกส่วน การสร้างอุปนิสัยพอเพียงก็เกิดขึ้นได้
 
     
 

อ.ทิศนา แขมมณี

          การจัดการเรียนรู้การสอนให้ได้ผล ครูผู้สอนต้องเข้าใจแนวคิดให้ชัดเจน เห็นความสำคัญ และเห็นคุณค่าในสิ่งที่ตนสอน ครูผู้สอนต้อง

     
          มีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน ในที่นี้คือเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการสร้างอุปนิสัยพอเพียง ที่ผู้เรียนต้องมีความเข้าใจ แก่น ปรัชญา แต่เท่านี้ไม่พอ ความเข้าใจนั้นต้องไปถึงระดับที่เรียกว่า เห็นความสำคัญเห็นคุณค่า ผู้เรียนอยากปฏิบัติ ได้ลงมือปฏิบัติ ผู้เรียนจึงจะเกิดอุปนิสัยพอเพียง ฉะนั้นครูต้องสร้างความเข้าใจ และช่วยพัฒนาเจตคติ ทำให้ผู้เรียนเห็นความความสำคัญ และส่งเสริมให้ลงมือปฏิบัติ และทำจุดมุ่งหมายให้ชัดเจนเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติที่ชัดเจน
 
          มีสาระที่จะสอน ครูต้องมีความเข้าใจในสาระ และที่สำคัญคือต้องเข้าใจว่าสาระที่จะสอนมีธรรมชาติอย่างไร เรื่องนี้สำคัญมาก และมักเป็นส่วนที่หลุดหายไปจากการคิดกิจกรรมการเรียนการสอนของครู ในเรื่องหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เราทราบว่าสาระคือ ๓ ห่วง ๒เงื่อนไข จะสอนให้ดีครูต้องมีความเข้าใจในสาระทั้งหมด ความพอประมาณ ความมีเหตุผล ความมีภูมิคุ้มกัน เป็นอย่างไร ครูต้องสามารถยกตัวอย่างให้นักเรียนเข้าใจได้ จัดกระบวนการเรียนรู้และมวลประสบการณ์ให้นักเรียนได้อย่างหลากหลาย
 
          หากว่าครูผู้สอนสอนเรื่องความพอประมาณ ความมีเหตุผล แล้วอีกวันสอนจึงสอนเรื่องความรู้ แม้ว่าจะสอนได้ครบตามองค์ประกอบของเศรษฐกิจพอเพียง ก็ยังไม่ใช่ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หากครูแยกสอนเป็นส่วน เนื้อหาเหล่านี้ก็ยังไม่ใช่หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพราะทั้งหมดเชื่อมโยงกันเป็นความสัมพันธ์ เป็นกระบวนการ เพราะฉะนั้นปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จริงๆ แล้วไม่ใช่เพียงเนื้อหา แต่มีลักษณะเป็น Concept และเป็นทักษะกระบวนการ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจึงเป็นทักษะกระบวนการคิดที่มีลำดับขั้นตอน ใกล้เคียงกันกับการคิดแบบมีวิจารณญาณ
 
          เข้าใจธรรมชาติของสาระที่จะสอน ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมีลักษณะเป็นความรู้ประเภท Conceptual Knowledge หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นความรู้ประเภท Concept และมีลักษณะเป็นทักษะกระบวนการคิด เป็นกระบวนการทางปัญญา ที่มีการใคร่ครวญถึงหลัก ๓ ห่วง ๒ เงื่อนไขที่ต้องนำมาพิจารณา ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง และผลกระทบที่ตามมา ต้องเตรียมคิดรับมือกับผลที่จะเกิดขึ้น ต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ทั้งหมดนี้เป็นกระบวนการทางสมอง
 
          ในการจัดการเรียนการสอน ต้องจัดกระบวนการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับธรรมชาติของสาระแต่ละประเภท ถ้าเป็นการเรียนรู้ Concept ต้องใช้กระบวนการที่ช่วยสร้างให้ผู้เรียนเกิด Concept นั้นด้วยตัวเอง ต้องสอนด้วยการจัดประสบการณ์ให้เขาได้จับหลัก จับแก่นด้วยตัวเองจนก่อเกิดเป็น Concept ในสมอง มีตัวอย่างสถานการณ์มาให้ได้เรียนรู้มากๆ จนเขาจับหลักได้ด้วยตัวเอง
 
          ตัวผู้สอนต้องเข้าใจก่อนว่าความพอประมาณเป็นอย่างไร มากไปน้อยไปมีอะไรเป็นหลักเกณฑ์ มีการใช้ตัวอย่าง และสถานการณ์ประกอบการคิด ให้เขาได้ฝึกคิดด้วยตนเอง พาให้เด็กเข้าใจ และจับกระบวนการด้วยการลงมือปฏิบัติ จากการคิดตาม Concept ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
 
          เมื่อเป็นทักษะกระบวนการ หากจับ Concept ได้แล้วก็ยังขาดกระบวนการ ฉะนั้นจึงต้องให้เขาได้ลงมือทำ เช่น การจะสร้างให้เกิดกระบวนการทางสังคม มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ก็ต้องลงมือปฏิสัมพันธ์จึงเกิดทักษะปฏิสัมพันธ์ ในการคิด ถ้าไม่ได้ลงมือคิดเอง ทักษะการคิดก็ไม่เกิด การจะเกิดทักษะกระบวนการคิดได้ ต้องให้เขาลงมือ และทำบ่อยๆ อาศัยความรู้ทางสมองคือต้องย้ำ ต้องทำบ่อยจนเกิดเป็นความชำนาญในการคิด
 
          หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนอกจากเป็น Concept เป็นทักษะกระบวนการแล้ว ยังเป็นเจตคติ และค่านิยมด้วย ดังนั้นใจต้องไปด้วย และต้องมีกระบวนการทำให้เรื่องต่างๆ เข้าสู่ อารมณ์ ความรู้สึกของผู้เรียน
 
          การสอนที่เป็นเจตคติ จะต้องบูรณาการอยู่ในเรื่องที่พูด วิธีที่จะทำ มีการให้กำลังใจ และแรงเสริมให้มีเจตคติที่ดี ที่สำคัญคือสิ่งนั้นต้องมีคุณค่าและมีประโยชน์ต่อตัวเองด้วย เช่น หยอดกระปุกแล้วมีสตางค์เพิ่ม จะเอาสตางค์ไปทำอะไร ถ้าทำแล้วมีคนชม ได้รับการส่งเสริมคุณค่าอย่างต่อเนื่องก็จะสร้างเจตคติในการเรียนรู้ได้
 
 
          จากการอ่านเอกสารงานวิจัย และศึกษาแผนการสอนของครูพบว่า จุดอ่อนของการจัดการเรียนรู้ในเรื่องหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คือ
 
  ๑. ความเข้าใจของครูผู้สอนในเรื่อง Concept ยังไม่กระจ่างชัด
     
  ๒. สอนกันทีละตัว เช่น วันนี้ พอประมาณ วันนี้มีเหตุผล แต่ที่จริง
    แล้วปรัชญานี้ต้องเชื่อมโยงความคิดเป็นกระบวนการ นี่เป็นจุดที่
    เห็นว่าเป็นจุดอ่อน ถ้าครูสามารถนำไปสอนอย่างเป็นกระบวนการ
    ได้ผู้เรียนจะเข้าใจมากขึ้น
     
  ๓. สอนโดยการบอก ไม่ใช่การจัดประสบการณ์ให้เด็กเกิด Concept
     
  ๔. มีกิจกรรมมาก ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้แท้จริงแล้วเป็นกิจกรรมที่ดี
    เพราะเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมความพอเพียง แต่ยังอาจไม่
    ครอบคลุมในเรื่องหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพราะ
    เวลาที่ครูประเมินผล ส่วนใหญ่แล้วจะมุ่งเน้นไปที่การทำกิจกรรม
     
  ๕. การวัดและประเมินผล มักมองไปที่ผลลัพธ์สุดท้ายว่าทำกิจกรรม
    เหล่านั้นเกิดผลดีหรือไม่ดีอย่างไร ถ้าจะให้สมบูรณ์ คือผู้เรียนเกิด
    กระบวนการคิดตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ครูก็ต้องไปดู
    ที่กระบวนการคิดของเด็กว่า มีที่มามาอย่างไร ทำอย่างไรในการ
    ปฏิบัติตั้งแต่ตัวปฏิบัติย่อย ไปจนถึงการปฏิบัติใหญ่ที่เกิดขึ้นก็ใช้
    หลักปรัชญาเป็นหลักคิดได้ เวลาประเมินผลส่วนใหญ่ครูมักจะ
    ไม่มองวิธีการคิด ทำให้ไม่รู้ว่าเด็กมีการคิดในเชิงปรัชญา
    เศรษฐกิจพอเพียงหรือเปล่า เช่น กิจกรรมหยอดกระปุก ถามว่า
    หยอดทำไม เด็กตอบครูบอกให้หยอดทุกวัน ถ้าครูบอกให้ทำ
    เราก็จะไม่รู้ว่าหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเกิดขึ้นกับเด็ก
    หรือไม่ การวัดผลที่ปลายทางไม่พอ ต้องวัดวิธีคิดก่อนทำด้วย
     
 
          การสร้างให้ผู้เรียนเกิดหลักคิดไม่ใช่จะสร้างกันในช่วงเวลาที่มีการเรียนการสอนเท่านั้น แต่สามารถใช้ได้กับวิถีชีวิตทุกเรื่อง หากเข้าเนื้อเข้าตัวแล้วก็จะเป็นไปอย่างอัตโนมัติ ตัวอย่าง เมื่อเช้ามีอาจารย์จากโรงเรียนหนึ่งมาถามดิฉันว่า “จะเดินทางกลับอย่างไร” จึงตอบไปว่า “เดี๋ยวทางผู้จัดจะเอารถไปส่ง” อาจารย์ท่านนั้นก็ขอพาเรากลับเอง จึงได้ตอบไปว่า “อาจารย์อย่าเลย เพราะอาจารย์มาที่นี่ก็เพื่อมาฟัง ถ้าอยู่ที่นี่เดี๋ยวบ่ายเขาก็มีรายการอีก ถ้ากลับจะเสียโอกาสที่จะฟังอีกหลายๆ ท่าน” อาจารย์ท่านนั้นก็พูดว่า “อย่าเกรงใจ” ดิฉันก็ตอบว่า “ไม่ได้เกรงใจ แต่ที่พูดอย่างนี้เพราะใช้หลักคิดพอเพียง อะไรที่สมดุลเหมาะสมที่สุด ถ้าให้ไปส่ง คนที่ได้ประโยชน์คือตัวดิฉัน คนส่งเสียประโยชน์ และทางนี้ก็เตรียมรถที่จะไปส่งอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่ไปส่งอาจารย์จะได้รับประโยชน์เต็มที่ เพราะโอกาสนี้จะไม่สามารถกลับมาได้อีก”
 
          การวิเคราะห์ผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ทำให้ได้ข้อสรุป และ ถ้ามีหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอยู่ในใจ นีก็จะคิดได้อย่างเป็นอัตโนมัติ เด็กๆ ที่อยู่ในโรงเรียนมีสถานการณ์มากมายที่ต้องพบเจอตั้งแต่เช้าถึงเย็นที่จะพาให้ได้ฝึกคิดนอกรายวิชามากกว่าในรายวิชา ตรงนี้จะเป็นสถานการณ์ให้ครูได้ช่วยเด็กคิดได้อย่างดีที่สุด
 
     
 

อ.ปรียานุช พิบูลสราวุธ

          จากที่ได้ไปอบรมผู้บริหารและครู จากโรงเรียน ๑,๑๒๑ แห่ง พบว่าเรื่องที่น่าเป็นห่วง คือ ครูยังไม่สามารถออกแบบการเรียนรู้ได้ดีนัก ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องทำงานร่วมกับ สพฐ.ต่อไป

     
          การบูรณาการเรื่องหลักคิดพอเพียงในการจัดการเรียนการสอน ทุกอย่างต้องเริ่มที่ครู ครูต้องปฏิบัติให้เห็นผลจริง แล้วจึงจะถ่ายทอดและจัดกระบวนการเรียนรู้ได้ดี ต้องมีอุดมการณ์ของการดำรงตนของการเป็นมนุษย์ ต้องระเบิดจากข้างใน เข้าใจทักษะกระบวนการ ๓ ห่วง ๒เงื่อนไข จึงจะออกแบบการเรียนรู้ได้
 
          ครูต้องสามารถเตรียมการเรียนการสอนโดยยึดหลักของความพอเพียงได้ก่อน ในขั้น Input ครูต้องดูให้เหมาะสมตามวัย และศักยภาพของผู้เรียน ครูต้องเข้าใจ เอาหลัก ๓ ห่วง ๒ เงื่อนไขมาใช้วางแผน รู้ถึงเหตุผลว่าทำไมต้องสอน ครูต้องชัดเจน
 
          ในขั้น Process ต้องมองไปให้ถึง Outcome และการสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เราไม่ได้เน้นที่ตัวชิ้นงาน แต่ชิ้นงานเป็นผลผลิตในการประเมิน เมื่อเด็กคิดแล้วออกมาสู่พฤติกรรม และสาวไปที่การคิดว่าเริ่มมาอย่างไร
 
          แต่ครูมักไปประเมินแต่ชิ้นงาน ซึ่งเป็นแค่สื่อ หรือเครื่องมือเท่านั้น ที่จริงต้องประเมินกระบวนการคิด พฤติกรรมเด็กเป็นสำคัญ สุดท้ายต้องกลับมาที่ครูเห็นประโยชน์จึงจะเกิดพลังในการขับเคลื่อนทั้งกำลังกายและใจ ว่าจะออกแบบการเรียนรู้อย่างไรให้เด็กเกิดอุปนิสัยพอเพียง ตัวเองได้กำลังใจมาจากครูหัวใจพอเพียงมาเล่าให้ฟังถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ทำให้ได้รับรู้ว่าพอเพียงคือความสุข ทุกคนเปลี่ยนแปลง เกิดพลังอย่างมาก ครูทำให้ตัวเองมีพลังในการขับเคลื่อน และมีความสุขที่เห็นเด็กอยู่อย่างพอเพียง
 
          เราออกแบบการเรียนรู้ไม่ไม่ได้หยุดอยู่เฉพาะในห้องเรียน แต่ต้องตลอดเวลา ทำอย่างไรจึงจะให้เขาเริ่มคิด วางแผนชีวิตให้อยู่อย่างพอเพียง เช่น เมื่อคืนคุณนอนอย่างพอเพียงหรือเปล่า ภูมิคุ้มกัน ต้องห่มผ้า ปรับแอร์ วิเคราะห์ได้ เราโยนโจทย์ให้เด็ก คิดอย่างพอเพียงตลอดเวลา โยนคำถามที่พาให้สนุกในการคิด เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัว ถ้าเรื่องเล็กๆ เล็กคิดได้ พอมาถึงเรื่องใหญ่ๆ ก็จะคิดได้ ครูต้องทำได้ก่อน ถ้าทำแบบนี้ได้ เด็กก็จะพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงได้ ต้องเริ่มจากการทำให้ง่ายง่าย และกลมกลืนไปกับวิถีชีวิต
 
          เราจะตัดสินใจอย่างพอเพียงได้ต้องมีทั้ง ๒ เงื่อนไข คือทั้งความรู้ และคุณธรรม ที่จะทำให้เราสามารถจัดการชีวิตได้ เมื่อทำแบบนี้ได้กับทุกเรื่องในชีวิต ชีวิตก็จะสมดุล และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง โดยมีทักษะคือ ๓ ห่วง ซึ่งทั้งหมดเป็นหัวใจในการปฏิรูปการเรียนรู้
 
          หลักปรัชญาฯ มีรากฐาน จากหลักพุทธ ใช้ได้กับคนไทย พระเจ้าอยู่หัวท่านได้มาจากการสังเกตวิถีชีวิตของคนไทย เป็นภูมิปัญญาไทยที่ประเสริฐมาก
 
          ผู้บริหารสถานศึกษามีความสำคัญมาก ครูดีมีทั่วแผ่นดิน แต่เขาจะได้รับโอกาสแค่ไหนขึ้นอยู่กับผู้บริหาร ส่วนผู้ที่ทำให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงในสถานศึกษาก็คือศึกษานิเทศก์ ในกลไกโรงเรียนผู้บริหาร ครู และศึกษานิเทศก์ คือคนสำคัญในการปลูกฝังนิสัยพอเพียงให้กับเด็กไทย
 
     
  อ.เลขา ปิยะอัจฉริยะ
     
          การนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นกรอบแนวคิด เป็นหลักยึดในการออกแบบการเรียนรู้ ให้เด็กเกิดอุปนิสัยพอเพียง นั้นเป็นเป้าหมายที่ครูต้องทำความเข้าใจ และไปให้ถึง ไม่ว่าจะมีโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงสู่สถานศึกษาเกิดขึ้นหรือไม่ เพราะเป็นเรื่องที่เราต้องทำอยู่แล้วในพันธกิจ เพื่อสร้างเด็กให้ไปสร้างชาติ
 
          งานนี้เป็นงานที่เป็นโจทย์ ดี เก่ง มีสุข ใฝ่รู้ คิดเป็น ทำเป็น ก้าวสู่สากล ถ้าเรายึดหลักพอเพียงจะเห็นว่า ถ้าครูเข้าใจจะสอนอะไรก็สอนได้ทั้งนั้น
 
          ที่จริงแล้วสพฐ. เดินถูกทาง สอดคล้องกับหลักสูตรใหม่ ครูสามารถแปลงมาตรฐานกับตัวชี้วัด เป็นเป้าหมายการเรียนรู้ สิ่งที่เป็นแนวทางก็คือ เราเอาเป้าหมายและสิ่งที่อยากให้เกิดขึ้นกับเด็กเป็นตัวตั้ง เอาผลผลิตที่เป็นรูปธรรมเห็นชัด เป็นสิ่งที่ซ่อน ความสำคัญอยู่ที่กระบวนการคิด การทำงาน ที่กำกับโดยครู ว่าครูชัดเจนหรือไม่ในเป้าหมายนั้น
 
          แรกที่สุด การออกแบบจำเป็นที่ผู้เรียนจะต้องเข้าใจว่ากำลังจะไปสู่เป้าหมายอะไร ครูเข้าใจดีว่าเป้าหมายนั้นแปลงมาจากเป้าหมายตัวชึ้วัดอะไร เป้าหมายในการจัดกระบวนการเรียนการสอน ในเรื่องการพอเพียงต้องเข้าใจในสาระ และ Concept ให้ดี
 
          เมื่อรู้เป้าหมายแล้ว เด็กทุกคนต้องการทำโดยธรรมชาติ ครูจึงควรเริ่มจากการให้เด็กได้ตั้งเป้าหมายการเรียนรู้ก่อน รู้ว่ากำลังจะไปไหน ขั้นต่อไปจะทำอะไร ครูก็มาจัดกระบวนการ เช่น ทำงานกลุ่ม เดี่ยว ใช้ปัญหาเป็นตัวตั้ง เน้นการพัฒนาตนเอง และเมื่อไปถึงจุดนั้นแล้ว จะไปไหนต่อ สิ่งที่ครูต้องเตรียมการ คือ นอกจากมองทะลุแล้ว ครูต้องรู้ว่าหลังจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้น เช่น การนำความรู้สู่การปฏิบัติ ความรู้ที่เกิดขึ้นแล้วเด็กนำสู่การปฏิบัติได้หรือไม่ ครูต้องมองให้ออก ทักษะกระบวนการที่ทำจะยั่งยืนไหม ครูต้องโยงไปให้ถึงการที่เด็กสามารถสร้างกฎกติกา กฎระเบียบในการจัดการตัวเอง ซึ่งไม่ใช่การทำอะไรเพราะครูบอก แต่ต้องทำเพราะเห็นคุณค่าที่เกิดขึ้น เกิดแนวทางที่จะไปต่อด้วยตนเอง
 
          เด็กสามารถสอนตัวเองได้ เป็นสิ่งที่ทุกคนใฝ่ฝัน การวางระเบียบวินัยให้ตนเอง ต้องเกิดจากข้างใน ระเบิดจากข้างใน เพราะเด็กเห็นคุณค่าในสิ่งที่ทำ การหยอดกระปุก ๑ บาท เป็นแนวทางที่ทำให้มีงบที่ไปทำอะไร วงจรการเรียนรู้จะไม่จบอยู่ในช่วงแผนการจัดการเรียนรู้ ๒ คาบ ๓ คาบ แต่ครูต้องคิดมองไกล และสร้างปัจจัยให้ทักษะ ความรู้ที่เกิดขึ้น เกิดความยั่งยืน ที่สำคัญที่สุดคือการทำให้เด็กสอนตนเองได้ และวางระเบียบกฎกติกาที่จะควบคุมตัวเองได้
 
     
 
 
     
 
          หลักสูตรไทยสอนอะไรมากมายแต่เรื่องที่ไม่ได้สอนเลย คือ การบริหารจัดการการใช้เงิน และบริหารการจัดการเวลา ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกประเทศถือเป็นเรื่องใหญ่ ของเราก็สอนแต่เป็นกิจกรรมเสริม เรื่องการบริหารจัดการเงิน ต้องวางเป้าหมายให้ชัด ออมเพื่ออะไร ออมทำไม เด็กเห็นคุณค่าหรือไม่ ให้เด็กสำรวจตัวเองว่าพ่อแม่ให้เงินเท่าไหร่ เก็บออมไว้เท่าไหร่ แล้วจดบันทึกเอาไว้
 
     
            การสอนให้ประหยัด ต้องสอนให้เด็กต้องมีทักษะการใช้จ่าย มีวิธีคิดที่จะยับยั้งชั่งใจ วิธีที่ดีที่สุดต้องมีกิจกรรมในการรู้คุณค่าของของ ให้สำรวจของที่อยู่ในบ้าน ของที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ เรามาเปิดตลาดนัดมือสอง ชวนกันนำของเหล่านี้ไปขายเพื่อให้ได้ค่าขนม เด็กก็จะรู้ว่าได้เงินมายากลำบาก สิ่งที่ได้มากขึ้นคือ บ้านนั้นพอเพียงไหม เด็กได้เรียนรู้ทักษะกระบวนการ หลักการบริหารงบประมาณที่ครอบครัวทำเป็นอย่างไร มาที่โรงเรียน ครูก็ทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง และชวนให้เด็กทำด้วย หากมองในเชิงการพัฒนา การทำเรื่องง่ายๆ เช่น การทำบัญชีรายรับจ่ายนี้ สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจของชุมชนได้เลย
     
 
          การก่อเกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ภายในเวลาข้ามวัน หรือในช่วงอายุช่วงใดช่วงหนึ่ง แต่ต้องทำทั้งหมด อย่างครอบคลุมทุกกลุ่มวัย ในการทำทั้งโรงเรียนต้องมียุทธศาสตร์ว่าจะขับเคลื่อนอย่างไร เพื่อพัฒนาจากฐานชีวิตสำคัญจากปฐมวัยเรื่อยไปจนถึงวัยมัธยม อีกกลุ่มหนึ่ง คือ พ่อแม่ผู้ปกครอง ครอบครัวเป็นสถาบันที่สำคัญต้องเป็นบริบทที่เกื้อหนุน ถ้าทุกองคาพยพขับเคลื่อนไปด้วยกัน เรื่องความไม่ซื่อสัตย์ ความไม่มีจิตสาธารณะ แก้ไขได้แน่นอน อนาคตของของชาติไม่ได้อยู่บนเวทีนี้ แต่อย
ติดประกาศ Thursday 07 Oct 10@ 14:36:09 ICT โดย pinpinutt_c

 
ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
· ข้อมูลเพิ่มเติม วิชาการ & KO
· เสนอข่าวโดย pinpinutt_c


เรื่องที่นิยมอ่านมากสุด วิชาการ & KO:
Lesson Study นวัตกรรมการพัฒนาครูให้เรียนรู้ไปบนหน้างานจริง (๑)



คะแนนของบทความ
คะแนนเฉลี่ย: 0
จำนวนผู้ลงคะแนน: 0

โปรดสละเวลาให้คะแนนสำหรับบทความนี้:

สุดยอด
ดีมาก
ดี
ธรรมดา
แย่



ส่วนเพิ่ม

 หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์ หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์



หัวข้อเรื่องที่เกี่ยวข้อง

วิชาการ & KO

"ตลาดนัดความรู้ “เครือข่ายเรียนรู้สู่ความพอเพียง” ครั้งที่ ๒" | สมัครสมาชิกที่นี่ | 0 ข้อคิดเห็นต่างๆ
ความคิดเห็นที่แสดงนี้เป็นของเป็นของผู้ลงประกาศ. ทางเว็บไซต์ ไม่ขอรับผิดชอบในเนื้อหาเหล่านี้.

ผู้ไม่ลงทะเบียน ไม่มีสิทธิ์แสดงความเห็น , โปรด ลงทะเบียน
พื้นที่เพื่อการประสานงาน และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ดูแลโดย คณะทำงานการสื่อสาร และ เลขาฯ ช่วงชั้น

PHP-Nuke and ThaiNuke Bundle Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.17 วินาที