Home
หน้าแรก
Downloads
ดาวน์โหลด
Forums
กระดานข่าวชาวเพลิน
Your Account
สำหรับสมาชิก
Your Account
ห้องที่ไม่มีกำแพง
เพลินพัฒนา
  ห้องที่ไม่มีกำแพง
เล่าเรื่องโดย : ครูแคท-คัทลียา รัตนวงศ์


         การเรียนการสอนของช่วงชั้นที่ ๔ นั้น ส่งเสริมให้นักเรียนมีเป้าหมาย และมีแผนการเรียนส่วนบุคคลที่เป็นไปตามความถนัดเฉพาะตน ทำให้นักเรียนมีการเรียนรู้ในหลายรูปแบบด้วยกัน มีทั้งวิชาพื้นฐานเป็นวิชาที่เรียนรวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ ในขณะที่วิชาเพิ่มเติมต่อยอดจะเป็นวิชาที่ต้องแยกย้ายกันไปเรียนเป็นกลุ่มย่อย หรือในบางวิชาก็เรียนกันไม่กี่คน เป็นต้น พื้นที่ที่ใช้ในการเรียนรู้จึงต้องเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

        ปีการศึกษานี้มีการย้ายห้องสมุดมัธยมไปรวมกับห้องสมุดประถม ทำให้มีห้องว่างเพิ่มขึ้น แรกทีเดียวก็มีคุณครูวิ – ศิริรัตนา และ คุณครูแคท - คัทลียา ครูนักจัดการความรู้ของช่วงชั้นที่ ๔ ผู้เขียนบันทึกนี้ย้ายลงมาก่อน เพื่อสร้างห้องนี้ให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยที่นักเรียนจะแวะเวียนเข้ามาปรึกษา หรือมาระบายข้อคับข้องใจต่างๆ รวมถึงใช้พื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นห้องเรียนด้วย แต่สุดท้ายพื้นที่ตรงนี้ได้สร้างคุณูปการขึ้นมากมายเกินกว่าที่ได้คาดคิดเอาไว
 
 

"เป้าหมายแรกที่ตั้งใจจะสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับนักเรียน ก็บรรลุผล เพราะนักเรียนได้ใช้พื้นที่ตรงนี้ในการบอกเล่าเรื่องราวความสุข ความทุกข์ให้ครูฟัง ทำให้ปัญหาหลายๆ อย่างลุล่วง และหลายๆ คนก็ใช้พื้นที่ตรงนี้ในการเรียนเพิ่มเติมกับครูบางท่าน

 

   
   

        บางครั้งมีการใช้ห้องนี้เรียนถึง ๒ วิชาในเวลาเดียวกัน เช่นใช้เป็นห้องเรียนศิลปะ กับห้องเรียนจิตวิทยาซึ่งเป็นวิชาเพิ่มเติมไปพร้อมกัน ตอนแรกคุณครูวิที่สอนศิลปะก็เกรงว่านักเรียนที่เรียนศิลปะจะไม่มีสมาธิในการวาดรูป แต่ผลกลับเป็นตรงกันข้าม เพราะนักเรียนกลับมีสมาธิในการวาดรูปดี และพร้อมกันนั้นก็ยังได้เรียนวิชาไปด้วย หลายครั้งที่คุณครูถามคำถาม นักเรียนที่นั่งเรียนอยู่อย่าง “ครูพักลักจำ” สามารถร่วมตอบในประเด็นที่กำลังเรียนกันอยู่ได้อย่างน่าทึ่ง ทำให้คุณครูวิเห็นว่าดี เลยเชิญชวนคุณครูท่านอื่นให้ลองมาสอนในเวลาเดียวกันนั้นด้วยความเต็มใจ เพราะว่าเด็กที่กำลังเรียนศิลปะอยู่ก็จะได้รับประโยชน์ไปพร้อมกันด้วย"

 
 
        ที่เป็นเช่นนี้อาจเป็นเพราะวิชาศิลปะ เป็นวิชาที่ช่วยให้คนอยู่กับตัวเอง และทำให้คลื่นสมองต่ำ ดังนั้นจึงเรียนรู้ได้ดี และด้วยความที่ไม่ได้ลงทะเบียนเรียนในวิชานั้น จึงเรียนรู้ไปแบบเพลินๆ คล้ายกับที่เราทำงานไปด้วย ฟังเพลงเบาๆ ไปด้วยนั่นเอง

        เมื่อชุมชนเดิมเริ่มใหญ่ขึ้น หลังจากที่มีคุณครูจั๊ก-ษัษฐรัมย์ คุณครูหน่วยวิชามานุษและสังคมศึกษาคนใหม่ และคุณครูเดล หรือ Teacher Dale มานั่งอยู่ด้วย หัวเรื่องที่มีมาให้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอย่างเป็นธรรมชาติ จึงหลากหลายขึ้นตามไปด้วย
แน่นอนว่า คุณครูแคทกับคุณครูวิไม่เหงา และนอกจากที่ครูไทยจะได้พัฒนาภาษาอังกฤษแล้ว คุณครูเดลชาวอเมริกันก็ยังได้พัฒนาภาษาไทยด้วย และจากการที่คุณครูเดลมานั่งอยู่ข้างล่างนี้ คุณครูหัวหน้าช่วงชั้นจึงเห็นว่เราน่าจะให้นักเรียนมาอ่านข่าวภาษาอังกฤษกันในช่วงโฮมรูมตอนเช้า แล้วให้คุณครูเดลเป็นคนคอมเม้นท์วิธีการอ่านของเด็กๆ ด้วย ว้าว ... ลงตัว..
 
 
        นอกจากนี้การที่ครูเดลอยู่ที่ห้องนี้ ทำให้คุณครูจั๊กที่ภาษาอังกฤษดีอยูแล้วได้แลกเปลี่ยนเรื่องการเมืองกันอย่างถูกคอ เมื่อคุณครูจั๊กสอนเรื่องการเมืองในห้อง นักเรียนก็เลยได้ทราบว่าคุณครูเดลของเราก็เป็นแฟนพันธุ์แท้การเมืองโดยบังเอิญ เพราะเวลาที่นักเรียนถามนามสกุลของนักการเมืองไทยในอดีต คุณครูเดลก็ตอบได้ทำให้ได้ตำแหน่งที่ปรึกษาเรื่องการเมืองให้กับนักเรียนไปโดยไม่รู้ตัว
   
   

มีห้องสมุดอยู่ที่หลังโต๊ะครู


       หลังโต๊ะครูทุกท่านจะมีชั้นวางหนังสือซึ่งมีหนังสืออยู่ไม่น้อย ทั้งหนังสืออ่านเล่น หนังสือวิชาการที่หนัก ๆ และหนังสือที่น่าสนใจที่ครูแคทยืมนักเรียนไว้เมื่อตอนนักเรียนมาสอบอ่านหนังสือนอกเวลา (แต่ยังไม่ได้อ่าน) รวมทั้งหนังสือการ์ตูนที่ยึดมาได้เมื่อนักเรียนหยิบขึ้นมาอ่านไม่ถูกเวลา ชั้นวางหนังสือหลังโต๊ะครูจึงไม่ต่างอะไรกับห้องสมุดจิ๋วๆ ที่มีนักเรียนแวะเวียนมาขออ่านกันตลอด บางคนมาขออ่านหนังสือจิตวิทยาเบื้องต้นที่อยากเรียน แต่เนื่องจากเลือกวิชาเรียนที่เน้นหนักไปทางสายวิทยาศาสตร์จึงไม่มีเวลาเรียน

   
   

        นักเรียนบางคนบอกว่า “ถ้าอยากอ่านหนังสือการ์ตูนเล่มใหม่ๆ ต้องมาที่นี่ เพราะคุณครูจะมีการ์ตูนเล่มใหม่ๆ (ที่ได้มาจากพวกเรา) เสมอ” ถึงแม้ว่านักเรียนจะมาขออ่านการ์ตูน แต่เมื่อเขามาหาเราได้ก็แปลว่า นั่นเป็นเวลาที่เขาว่างจากเรียน และไม่ต้องคอยแอบอ่านแบบผิดที่ผิดเวลา ผิดมารยาท แล้วเราก็ได้สอน ; ) เรื่องต่างๆ ให้เขาอีกมากมายโดยมิได้ตั้งใจพื้นที่ในห้องสี่เหลี่ยมนี้ได้กลายเป็นทั้งห้องเรียน ห้องพักครูที่ไม่มีกำแพงกั้น ได้กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัย พื้นที่แห่งการแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ สุข ทุกข์ของกันและกัน ห้องนี้ไม่มีกำแพงฉันใด ภายในจิตใจของผู้ใช้ห้องก็ไม่มีกำแพงฉันนั้น


“มองดีๆ แล้วจะเห็น ดี”

 
 
โดย : ส่วนสื่อสารองค์กร
ติดประกาศ Wednesday 25 Feb 09@ 10:51:09 ICT โดย rawipan_p

 
ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
· ข้อมูลเพิ่มเติม เพลินพัฒนา
· เสนอข่าวโดย rawipan_p


เรื่องที่นิยมอ่านมากสุด เพลินพัฒนา:
เรื่องเสนอแนะ...กัลยาณมิตร คิดสร้างทำ



คะแนนของบทความ
คะแนนเฉลี่ย: 5
จำนวนผู้ลงคะแนน: 1


โปรดสละเวลาให้คะแนนสำหรับบทความนี้:

สุดยอด
ดีมาก
ดี
ธรรมดา
แย่



ส่วนเพิ่ม

 หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์ หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์



"ห้องที่ไม่มีกำแพง" | สมัครสมาชิกที่นี่ | 0 ข้อคิดเห็นต่างๆ
ความคิดเห็นที่แสดงนี้เป็นของเป็นของผู้ลงประกาศ. ทางเว็บไซต์ ไม่ขอรับผิดชอบในเนื้อหาเหล่านี้.

ผู้ไม่ลงทะเบียน ไม่มีสิทธิ์แสดงความเห็น , โปรด ลงทะเบียน
พื้นที่เพื่อการประสานงาน และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ดูแลโดย คณะทำงานการสื่อสาร และ เลขาฯ ช่วงชั้น

PHP-Nuke and ThaiNuke Bundle Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.06 วินาที