Home
หน้าแรก
Downloads
ดาวน์โหลด
Forums
กระดานข่าวชาวเพลิน
Your Account
สำหรับสมาชิก
Your Account
นานาทัศนะ: สิทธิเหนือสิทธิบัตรยา (Compulsory Licenses : CL)
ฝ่ายชุมชนการทำ CL ยาของกระทรวงสาธารณสุข  ได้เสียงเชียร์จากประชาชน 
และประเทศอื่นๆ ก็กำลังเอาแบบอย่างประเทศไทย.....



สิทธิเหนือสิทธิบัตรยา (Compulsory Licenses : CL) 


สถานการณ์โลกปัจจุบัน ปัญหาใหญ่ที่ชาวโลกในแถบประเทศกำลังพัฒนาและประเทศยากจนกำลังประสบอยู่
คือการเข้าไม่ถึงยาของประชาชน จึงเป็นเหตุให้สมาชิกองค์การการค้าโลกจึงร่วมกันออก
ปฏิญญาโดฮา เพื่อเป็นมาตรการสำคัญในการลดอุปสรรคต่อการเข้าถึงยาของประชาชน
นั่นคือ มาตรการบังคับใช้สิทธิในการผลิตยาได้ในราคาถูก และการนำเข้าซ้อน
เพื่อให้ชาวโลกที่สามสามารถมียาที่จำเป็นต้องใช้ได้ทันสถานการณ์  

ทั้งนี้ สิทธิเหล่านี้จะหมดไปทันที เมื่อไทยมีการตกลงทำเขตการค้าเสรีกับสหรัฐอเมริกา
รวมถึงการขยายอายุของสิทธิบัตรออกไปอีก 5 ปี ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมยาในประเทศ
การผลิตยาชื่อสามัญขึ้นมาแข่งขันจะทำไม่ได้ เพราะต้องรออีก 25 ปี 


สิทธิเหนือสิทธิบัตร หรือ Compulsory License (CL)
เป็นมาตรการหนึ่งในกฎหมายสิทธิบัตรที่เกิดขึ้นตามความตกลงว่าด้วย
ทรัพย์สินทางปัญญา (Trade-related Aspects of Intellectual Property - TRIPS) ขององค์การการค้าโลก
ถือเป็นเครื่องมือของรัฐที่จะถ่วงดุลระหว่างเจ้าของสิทธิบัตรกับประชาชนผู้บริโภค  

โดยรัฐมีสิทธิจะไปนำของที่มีความจำเป็นยิ่งต่อชีวิต
เช่นยาที่ติดสิทธิบัตรมาผลิตเองและขายในราคาถูกหรือให้ฟรีแก่ประชาชน
หากยังผลิตไม่ได้ก็สามารถให้ประเทศอื่นที่มีความสามารถผลิตแทนได้
โดยรัฐต้องจ่ายค่าตอบแทนที่เหมาะสมให้บริษัทเจ้าของสิทธิบัตรด้วยเช่นกัน 

กระทรวงสาธารณสุขของไทยประกาศใช้ประกาศใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตรยา (Compulsory Licenses : CL)
เป็นครั้งแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วในการผลิตยาต้านไวรัส เอฟาไวแรนซ์ ซึ่งเป็นยาต้านไว้รัสเอชไอวี
และยาเอฟฟาไวแรนซ์ที่สั่งผลิตจากอินเดียโดยใช้มาตรการนี้และมาถึงไทยในวันที่ 10 กุมภาพันธ์นี้
ทำให้ยาดังกล่าว ที่ปกติแล้วสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ซื้อจากบริษัทเม็ดละ 73 บาท
แต่หากใช้มาตรการบังคับใช้สิทธินำเข้าจากอินเดียราคาจะลงไปอยู่ที่ 6-12 บาทต่อเม็ด
ซึ่งจะทำให้รัฐบาลไทยประหยัดงบประมาณได้มากถึง 50-80% 


ขณะที่ยาต้านไวรัสคาเร็ทตรา (kaletra) นั้น ราคาขายปกติอยู่ที่ 11,580 บาท/คน/เดือน
เมื่อประเทศไทยเริ่มใช้มาตรการบังคับใช้สิทธิอย่างจริงจัง บริษัทก็ติดต่อลดราคาลงเหลือ 5,900 บาท/คน/เดือน
อย่างไรก็ตาม หากใช้มาตรการนี้นำเข้าจากอินเดียราคาจะอยู่ที่ประมาณ 4,000/คน/เดือน  

จากการที่กระทรวงสาธารณสุขของเรา ประกาศใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตรยา (Compulsory Licenses : CL)
ซึ่งมียาที่ติดสิทธิบัตรคือ 3 ชนิด คือ

“เอฟฟาไวเรนซ์” ยาต้านไวรัส ของบริษัทเมิร์ค ชาร์ป แอนด์ โดร์ม

“คาเลตตร้า” ยาต้านไวรัส ของบริษัทแอ็บบอต ลาบอราตอรีส จำกัด

“พลาวิกซ์” ยาโรคเส้นเลือดอุดตันหัวใจและสมอง ของบริษัทซาโนซี-ซินเธอลาโบ (ประเทศไทย) จำกัด

ทำให้สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ประกาศปรับการจัดอันดับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของไทย
จากประเทศที่ถูกจับตามอง (WL) เป็นประเทศที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ(PWL)
จึงส่งผลทำให้หลายฝ่ายพากันประณามการกระทำของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ไร้ซึ่งมนุษยธรรม
ไม่คำนึงถึงผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาเหล่านี้ ในขณะที่บริษัทยายักษ์ใหญ่ข้ามชาติ ก็พยายามที่จะ
ปกป้องผลประโยชน์ที่เกิดจากทรัพย์สินทางปัญญาที่ใช้เวลา
และงบประมาณมหาศาลในการวิจัยกว่าจะได้ยาชนิดใหม่แต่ละตัว 

เมื่อต่างฝ่ายต่างยืนในมุมของตนเองการปะทะกันจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก
แต่เมื่อเข้าสู่กระบวนการหารือระหว่างกันหลายครั้งทั้งกระทรวงสาธารณสุข
กับสมาคมผู้วิจัยและผลิตภัณฑ์แห่งประเทศไทย (PReMA) ตัวแทนบริษัทยาต่างชาติ
และบริษัทยายักษ์ใหญ่ เจ้าของสิทธิบัตรยาที่ถูกประกาศบังคับใช้สิทธิ คือ บริษัท เอ็ม เอส ดี (ประเทศไทย) จำกัด
เจ้าของสิทธิบัตรยาเอฟฟาไวเรนซ์ และ บริษัท ซาโนฟี อเวนติส (ประเทศไทย) จำกัด
เจ้าของสิทธิบัตรยาพลาวิคซ์ มีทีท่าโอนอ่อนให้คนไทยได้ "เข้าถึง" ยาที่จำเป็นมากขึ้น 

ประเทศอินเดีย ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่ผลิตยาราคาถูกแหล่งใหญ่ที่สุดในโลก
โดยการผลิตยาชื่อสามัญราคาถูกกว่า 67% ถูกส่งไปใช้ในประเทศกำลังพัฒนาต่าง ๆ
ขณะนี้กำลังต่อสู้กับบริษัทยาที่ถูกรัฐบาลอินเดียปฏิเสธการยื่นขอสิทธิบัตรยา
บริษัทยาจึงยื่นฟ้องดำเนินคดีกับรัฐบาลอินเดียที่ยืนเคียงข้างประชาชนของตน
และรักษาไว้ซึ่งสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานในการเข้าถึงยาและการรักษาที่จำเป็นต่อชีวิต มากกว่าเงินและผลกำไร  


ด้านผู้ป่วยโรคมะเร็ง และเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย
ร่วมกับเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ อินเดีย กลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสาธารณสุขประชาชนของอินเดีย
และองค์กรหมอไร้พรมแดน (MSF) ซึ่งเป็นองค์กรสาธารณกุศลด้านการแพทย์นานาชาติ
ก็กำลังเรียกร้องให้บริษัทโนวาร์ติสถอนฟ้องคดีทันที
โดยมีประชาชนหลายแสนคนจาก 150 ประเทศทั่วโลกร่วมลงชื่อออนไลน์ในครั้งนี้ด้วย
(ร่วมลงชื่อคัดค้านการยื่นฟ้องรัฐบาลอินเดียได้ที่  


นี่จึงเป็นบทเรียนสำคัญแก่รัฐบาลไทย และรัฐบาลประเทศกำลังพัฒนาได้หันมาศึกษา
และหันมาดูแลประชาชน แม้ว่าต้องเดินหน้าชนกับบริษัทยาก็ตาม! 

ข้อมูลจาก




ติดประกาศ Monday 21 May 07@ 17:44:15 ICT โดย weena_w

 
ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
· ข้อมูลเพิ่มเติม ฝ่ายชุมชน
· เสนอข่าวโดย weena_w


เรื่องที่นิยมอ่านมากสุด ฝ่ายชุมชน:
ตามวงจุฬาวาทิตไปฝรั่งเศส



คะแนนของบทความ
คะแนนเฉลี่ย: 0
จำนวนผู้ลงคะแนน: 0

โปรดสละเวลาให้คะแนนสำหรับบทความนี้:

สุดยอด
ดีมาก
ดี
ธรรมดา
แย่



ส่วนเพิ่ม

 หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์ หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์



"สิทธิเหนือสิทธิบัตรยา (Compulsory Licenses : CL)" | สมัครสมาชิกที่นี่ | 0 ข้อคิดเห็นต่างๆ
ความคิดเห็นที่แสดงนี้เป็นของเป็นของผู้ลงประกาศ. ทางเว็บไซต์ ไม่ขอรับผิดชอบในเนื้อหาเหล่านี้.

ผู้ไม่ลงทะเบียน ไม่มีสิทธิ์แสดงความเห็น , โปรด ลงทะเบียน
พื้นที่เพื่อการประสานงาน และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ดูแลโดย คณะทำงานการสื่อสาร และ เลขาฯ ช่วงชั้น

PHP-Nuke and ThaiNuke Bundle Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.04 วินาที