Home
หน้าแรก
Downloads
ดาวน์โหลด
Forums
กระดานข่าวชาวเพลิน
Your Account
สำหรับสมาชิก
Your Account
เล่าสู่กันฟัง: เมื่อพบกับความผิดพลาดล้มเหลว
ฝ่ายชุมชน
“A man can fail many times, but he isn't a failure until he begins to blame somebody else.” - John Burroughs

: ผมเชื่อว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่เราเริ่มโทษว่าความล้มเหลวของตัวเองเป็นความผิดของคนอื่น เมื่อนั้นเราก็ได้เสียความสามารถในการพัฒนาและปรับปรุงตัวเองไปเรียบร้อยแล้วครับ
ซิคเว่ เบรคเก้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค


คอลัมน์Quote of the day
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
30 มีนาคม พ.ศ. 2550 11:52:00

“A man can fail many times, but he isn't a failure until he begins to blame somebody else.” - John Burroughs

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ :
ผมเชื่อว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่เราเริ่มโทษว่าความล้มเหลวของตัวเองเป็นความผิดของคนอื่น
เมื่อนั้นเราก็ได้เสียความสามารถในการพัฒนาและปรับปรุงตัวเองไปเรียบร้อยแล้วครับ
เพราะคนที่มัวแต่โทษคนอื่นคือคนที่ปราศจากความรับผิดชอบ

ผมเคยเห็นคนเป็นอย่างนี้กันเยอะและพยายามทำความเข้าใจว่า
มันอาจจะเป็นปฏิกิริยาตอบสนองบางอย่างที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
คือเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายและจิตใต้สำนึกไม่อยากจะยอมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น
เราก็อาจจะปัดเรื่องนั้นไปให้คนอื่นเพื่อป้องกันตัวเอง
แต่ผมไม่คิดว่าการกล่าวโทษกันไปมาจะนำมาซึ่งทางออกให้แก่ปัญหาใดเลย
นอกจากเป็นการเสียเวลาแล้ว ยังแสดงให้เห็นว่าเราไม่เป็นมืออาชีพอย่างมาก
อีกทั้งการมัวแต่โทษคนอื่นยังเป็นการปิดกั้นโอกาสที่จะลุกขึ้นแก้ไขปัญหาและเรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเองด้วย

ดังนั้นเวลาผมบอกพนักงานให้กล้าคิด กล้าทำ โดยไม่ต้องกลัวที่จะพลาดหรือล้มเหลว
ผมมักจะจบท้ายด้วยการย้ำว่า เมื่อพลาดไปแล้วก็อย่าไปโทษคนอื่น
ให้เผชิญหน้ากับปัญหาและรีบหาทางแก้ไขดีกว่า
หลังจากนั้นก็ให้จำไว้เป็นบทเรียนที่จะไม่พลาดในเรื่องเดิม ๆ อีก
เท่านี้ความผิดพลาดหรือล้มเหลวก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรมากมายที่ต้องมาคอยนั่งปกปิดหรือโยนกลองไปให้คนอื่น

การกล้าแสดงความรับผิดยังเป็นการแสดงออกถึงความเป็นผู้ใหญ่ของคนเราด้วย
ผมว่าคนที่ไม่รู้จักโตก็คือคนที่ไม่ยอมรับความจริงและไม่กล้ารับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง
ผมเลยมักจะบอกพนักงานว่า
ผมอยากให้เราเป็น Blame-free organization หรือองค์กรที่ปราศจากการชี้นิ้วกล่าวโทษกัน
เมื่อมีปัญหาก็ช่วยกันแก้ ไม่ใช่รุมต่อว่าคนที่พลาดไปแล้ว
ในขณะที่คนที่ทำพลาดก็ไม่ปัดสวะให้คนอื่นแต่กล้ายอมรับความผิดนั้นและพร้อมที่จะเรียนรู้และปรับปรุงตัวเอง

ผมรู้ว่ามันอาจฟังดูเป็นองค์กรในอุดมคติไปเสียหน่อย แต่ถ้าทุกคนคิดได้อย่างนี้
เราคงทำงานอย่างมีความสุขมากขึ้น ไม่ต้องมัวพะวงว่าเมื่อล้มแล้วจะมีคนซ้ำเติม
พูดถึงเรื่องความผิดพลาด ผมขออธิบายนิดหนึ่งนะครับ เพราะเมื่อเร็ว ๆ นี้มีผู้อ่านบางคนตั้งคำถามมาว่า
ทำผิดกับทำพลาดต่างกันมั้ย? อะไรคือบรรทัดฐาน?
ทำผิดแล้วโดนลงโทษ คนเราจะกล้าผิดซักแค่ไหน?
แต่ถ้าทำผิดแล้วไม่โดนลงโทษ จะคุมคนได้อย่างไร?
สำหรับผม ความผิดพลาดที่ยอมรับได้คือ ความผิดที่ไม่ได้เกิดจากเจตนาทุจริต แต่เกิดจากการพลาด
ซึ่งสืบเนื่องมาจากการพยายามทำอะไรใหม่ ๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อน
หรือการประมาทในการทำงานบางครั้ง
แต่ถ้าใครโกงเงินบริษัทหรือรับเงินใต้โต๊ะ อย่างนี้ถือเป็นความผิดที่ไม่สมควรให้อภัยครับ

ผมเห็นด้วยว่าถ้าทำพลาดแล้วโดนลงโทษ ใครที่ไหนจะกล้ารับความผิดพลาดของตัวเอง
ซึ่งนี่คือสาเหตุว่าทำไมผมถึงอยากเห็นองค์กรที่ปราศจากการกล่าวโทษกัน
ถ้าเรายอมรับได้ว่าทุกคนมีโอกาสที่จะพลาด
และตราบใดที่การพลาดนั้นไม่ได้เกิดจากเจตนาทุจริตแอบแฝงใด ๆ เราก็น่าจะหัดเรียนรู้จากประสบการณ์นั้นไปพร้อมกัน

ส่วนเรื่องการคุมคนนั้น ผมไม่คิดว่าเราจะคุมใครได้ด้วยวิธีการลงโทษอย่างเดียวครับ
การลงโทษควรมีไว้สำหรับคนที่ทุจริตประพฤติมิชอบ
ในขณะเดียวกันถ้าเราอยากจะเป็นองค์กรที่ friendly, dynamic และ creative
เราต้องสอนให้คนของเรากล้าที่จะพลาด ยิ่งพลาดเร็วเท่าไหร่ ยิ่งเรียนรู้เร็วเท่านั้น
แต่ที่สำคัญคือ ผู้นำต้องทำให้ดูเป็นตัวอย่างด้วย
ในดีแทค ผู้บริหารหลายต่อหลายคนล้วนเคยพลาดกันมาแล้วทั้งนั้น แต่พวกเขาก็เรียนรู้และเติบโตขึ้น

ถ้าเราไม่อนุญาตให้ใครทำพลาดเลย เราอาจไม่มีผู้บริหารรุ่นใหม่ไฟแรงที่กลายเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรอย่างในวันนี้
ถ้าเราไม่อนุญาตให้ใครทำพลาดเลย คนของเราคงไม่กล้าลองทำอะไรใหม่ ๆ หรือคิดนอกกรอบ
เพราะฉะนั้นผมยังยืนยันคำเดิมว่า
ถ้ามีใครกล้าเสี่ยงลุกขึ้นมาทำโปรเจ็กต์อะไรสักอย่างแล้วเกิดพลาดขึ้นมา
เราควรให้รางวัลคน ๆ นั้นแทนที่จะลงโทษเขา
เพราะมันเท่ากับเป็นการแสดงให้คนอื่นเห็นด้วยว่าการกล้าเสี่ยงทำอะไรใหม่ ๆ ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย

ผมเชื่อว่ายิ่งทำมากก็ยิ่งมีโอกาสที่จะผิดมาก แต่คนที่พลาดที่สุดคือคนที่ไม่ทำอะไรเลย
เพราะฉะนั้นก็อย่ากลัวที่จะพลาด และเมื่อพลาดแล้วก็อย่าเสียเวลากล่าวโทษกันไปมานะครับ
มันไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้น สู้หัดเรียนรู้และหาทางแก้ไขให้เร็วที่สุดจะดีกว่าครับ.

ซิคเว่ เบรคเก้
ติดประกาศ Tuesday 03 Apr 07@ 09:39:29 ICT โดย admin

 
ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
· ข้อมูลเพิ่มเติม ฝ่ายชุมชน
· เสนอข่าวโดย admin


เรื่องที่นิยมอ่านมากสุด ฝ่ายชุมชน:
ตามวงจุฬาวาทิตไปฝรั่งเศส



คะแนนของบทความ
คะแนนเฉลี่ย: 0
จำนวนผู้ลงคะแนน: 0

โปรดสละเวลาให้คะแนนสำหรับบทความนี้:

สุดยอด
ดีมาก
ดี
ธรรมดา
แย่



ส่วนเพิ่ม

 หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์ หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์



"เมื่อพบกับความผิดพลาดล้มเหลว" | สมัครสมาชิกที่นี่ | 1 ข้อคิดเห็น | ค้นหาข้อคิดเห็น
ความคิดเห็นที่แสดงนี้เป็นของเป็นของผู้ลงประกาศ. ทางเว็บไซต์ ไม่ขอรับผิดชอบในเนื้อหาเหล่านี้.

ผู้ไม่ลงทะเบียน ไม่มีสิทธิ์แสดงความเห็น , โปรด ลงทะเบียน

Re: เมื่อพบกับความผิดพลาดล้มเหลว (จำนวน: 1)
โดย pinpinutt_c เมื่อ Tuesday 03 Apr 07@ 11:36:49 ICT
(ข้อมูลผู้ใช้ )
เคยชินแล้วกับความผิดพลาด เพราะการที่เราทำงานที่เราไม่รู้ซึ้ง ..ไม่รู้จริง เราย่อมผิดพลาดได้ตลอดค่ะ
ด้านงานคอม แล้ว คืองานลองผิดลองถูก เพราะงานของเราคือการนำ สิ่งที่โง่ที่สุดในโลก(คอมพิวเตอร์ต้องสั่งมันถึงจะทำ)
มาทำแทนสิ่งที่ฉลาดที่สุดในโลก(คนงัย) ...คิดถึงผลต่อเองนะ แต่มันจะช่วยเราได้มากหากเรารู้จักใช้...
เทอมนี้ได้เรียน การปรับปรุงกระบวนการ...ทำให้รู้ชัดว่า งานอะไรที่เป็นมาตรฐานแล้ว ทำซ้ำบ่อยๆ
ใช้คอมเข้ามาช่วยจะเป็นประโยชน์ แต่ถ้างานใดเปลี่ยนๆ บ่อยถ้านำคอมเข้ามาใช้ ก็สามารถทำได้
แต่จะเปลืองทรัพยากร เงิน มากขึ้นค่ะ
  จากบทความนี้ ได้แง่คิดว่า ก่อนทำให้คิดถึงผลที่จะตามมาก่อน และจงมั่นใจว่าสิ่งที่จะทำไม่ผิดศีล  จริยธรรม
และกฎหมาย ก็จงทำเพื่อเกิดนวัตกรรมใหม่..ไม่งั้น..เราจะไม่พัฒนาเลยค่ะ ..องค์กรก็จะไม่พัฒนาตาม...
เพราะฉะนั้นจงทำ และอย่ากลัวการเปลี่ยนแปลงค่ะ เพราะทุกอย่างมีเกิดและดับ อย่ายึดหมั้นถือหมั้น...
คนที่หมั้นแล้วให้รีบแต่งค่ะ...


พื้นที่เพื่อการประสานงาน และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ดูแลโดย คณะทำงานการสื่อสาร และ เลขาฯ ช่วงชั้น

PHP-Nuke and ThaiNuke Bundle Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.06 วินาที